วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

การศึกษาประวัติศาสตร์ดนตรี

การศึกษาประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกนั้นย่อมเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการอย่างเป็นลำดับขั้นของความคิดและการปฏิบัติ ซึ่งจะนำไปสู่การแบ่งประวัติศาสตร์ออกเป็นแต่ละยุคตามลำดับเวลาที่เกิดขึ้น การแบ่งยุคต่างๆ นี้เกิดขึ้นเหมือนกับการแบ่งยุคของศิลปะในยุคต่างๆ บางยุคอาจถูกแบ่งย่อยออกเป็นช่วงต้น กลางหรือปลายได้อีก และยุคที่ถูกแบ่งย่อยเหล่านี้อาจมีชื่อเรียกเฉพาะด้วยก็ได้ การแบ่งยุคของดนตรีก็เช่นกัน นิยมแบ่งตามลำดับเวลา แม้ว่าการแบ่งยุคสมัยเหล่านี้ จะทำขึ้นเพื่อความสะดวกในการลำดับเหตุการณ์และพัฒนาการต่างๆ แต่ต้องเข้าใจว่า การเปลี่ยนจากยุคหนึ่งไปสู่ยุคหนึ่งนั้นมิได้เกิดอย่างทันทีทันใด หากแต่ดำเนินขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้จะเข้าสู่อีกยุคหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคก่อนหน้านี้ก็ยังมิได้สูญหายไปทันที ยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าจะเข้าสู่ยุคใหม่แล้วก็ตาม หากแต่มิได้เป็นที่นิยมกันในยุคใหม่ จึงค่อยๆเสื่อมความนิยมลงไปในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นไม่มียุคหรือสไตล์ใดที่จะคงอยู่ตลอดไป หากแต่การเปลี่ยนแปลงนั้น ค่อยๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในยุคและสไตล์ที่เกิดขึ้นอย่างเหล่านั้น
การค้นคว้าของนักดนตรีวิทยาที่มุ่งย้อนไปศึกษาดนตรีตั้งแต่ยุคกลางเป็นต้นมานั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ในยุคที่ยังมิได้มีการบันทึกหลักฐานต่างๆไว้อย่างเป็นระบบเหมือนอย่างที่เป็นในปัจจุบัน ฉะนั้นจะสังเกตได้ว่า การกำหนดช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ในยุคกลางและยุคเรเนอส์ซองค์นั้น บางครั้งเป็นการคาดการณ์โดยประมาณเท่านั้น เนื่องจากไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนที่ระบุเวลาที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ ขึ้นอย่างแน่นอน
จากวิวัฒนาการของดนตรีตะวันตกที่เกิดขึ้น โดยการค้นคว้าของนักดนตรีวิทยานั้น ประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกสามารถแบ่งได้เป็น 7 ยุคใหญ่ ดังนี้(สิ่งที่จะขอทำความเข้าใจก็คือเรื่องตัวเลข ปีคริส์ตศักราชอาจจะไม่เหมือนกันในตำราแต่ละเล่ม)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น